ยังไม่พร้อมเปลี่ยน “รถตู้ไฟฟ้า” ต้นทุนสูง-สถานีชาร์จน้อย
นางรุ่งเรือง ทองคำ เลขาธิการสมาคมธุรกิจรถตู้ต่างจังหวัด เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะเปลี่ยนมาใช้ระบบไฟฟ้าบริการประชาชนภายในประเทศมากขึ้นนั้น สมาชิกในสมาคมที่ให้บริการรถตู้โดยสารหมวด 2 เส้นทางกรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด ระยะทางไม่เกิน 300 กิโลเมตร(กม.)ซึ่งเป็นรถร่วมบริการ บริษัท ขนส่ง จำกัด(บขส.)ที่มีให้บริการปัจจุบันประมาณ 4,000คัน ผู้ประกอบการมีความสนใจอยากจะเปลี่ยนจากรถตู้โดยสารที่ใช้น้ำมันดีเซล และ ใช้ก๊าซธรรมชาติ(NGV)เป็นเชื้อเพลิงมาใช้ระบบรถตู้โดยไฟฟ้าแทน เพราะอนาคตรถตู้ที่หมดอายุการใช้งาน ถ้าจะประกอบอาชีพนี้ต้องเปลี่ยนรถตู้คันใหม่ เพื่อนำมาให้บริการผู้โดยสารอยู่แล้ว
ตอนนี้สมาคมฯ อยู่ระหว่างเก็บข้อมูลการเปลี่ยนมาใช้รถตู้ไฟฟ้า เนื่องจากปัจจุบันพบว่า รถตู้ไฟฟ้ายังมีน้อย และยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการเรื่องประสิทธิภาพการใช้งานที่ต้องเทียบเท่ากับรถตู้ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง เช่น ระยะทางในการให้บริการยังน้อย วิ่งได้ประมาณ 120-150 กม. เท่านั้น ขณะที่ความต้องการอยากจะให้วิ่งได้ระยะทาง 300 กม. รวมทั้งระยะเวลาในการชาร์จยังพบว่า ใช้เวลานานประมาณ 2-3 ชม.ต่อครั้ง ซึ่งถ้าพัฒนาเวลาชาร์จใช้เวลาไม่เกิน 30 นาทีต่อครั้ง จะช่วยให้สามารถบริหารเดินรถได้ และไม่กระทบเวลาในการเดินรถแต่ละเที่ยววิ่ง ขณะเดียวกันสถานีชาร์จยังมีไม่มากนัก ยังไม่ครอบคลุม นอกจากนี้พบว่า ตำแหน่งที่วางแบตเตอรี่ในรถตู้ยังไม่เหมาะสม วางอยู่ช่วงล่างของรถตู้ ซึ่งถือว่าอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำ เวลาจำเป็นต้องขับฝ่าสถานการณ์ที่มีน้ำท่วม ทำให้เสี่ยงต่อเครื่องดับได้คำพูดจาก สล็อตเว็บตรง
นางรุ่งเรือง กล่าวต่อว่า ทั้งนี้พบว่า บริษัทที่ผลิตและจำหน่ายรถตู้ไฟฟ้าในประเทศยังมีการแข่งขันน้อย ทำให้ผู้ประกอบการไม่มีทางเลือกมากนัก เพราะต้นทุนรถตู้ไฟฟ้ามีราคาสูงประมาณ 3-5 ล้านบาทต่อคัน ขณะที่รถตู้ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงต้นทุน 2 ล้านบาทต่อคัน ซึ่งราคาค่อนข้างต่างกันมาก ดังนั้น ผู้ประกอบการรอให้มีการพัฒนารถตู้ไฟฟ้าตอบโจทย์การใช้งานมากกว่านี้ก่อนที่จะสรุป เตรียมวางแผนการลงทุนเปลี่ยนรถตู้ไฟฟ้าต่อไปคำพูดจาก สล็อตเว็บตรง
ซึ่งการเปลี่ยนรถตู้ไฟฟ้าจะช่วยเรื่องประหยัดต้นทุนการเดินรถ ขณะนี้ค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงสูงมาก ยกตัวอย่างเช่น เส้นทางกรุงเทพฯ-พัทยา ไป-กลับ ต้องจ่ายค่าน้ำมันประมาณ 1,800-1,900 บาทต่อคัน และแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้น หากใช้รถตู้ไฟฟ้าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้แน่นอน รวมทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดมลพิษทางอากาศ และลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM (2.5) ในระยะยาวด้วย.